ตัวทำลายเกม

    ในนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่มศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีประเด็นที่ถูกถกเถียงกันเป็นอย่างมาก เกี่ยวกับการให้ใบแดงโดยตรงแก่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยอดดาวเตะชาวโปรตุกีส ทำให้โดนใบแดงไล่ออกจากสนามในจังหวะที่เขาไปเอามือจับหัวเจสัน มูริลโล่ ปรากรหลังทีมชาติโคลอมเบียของบาเลนเซีย ในการพบกันนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งทั้ง 2 ทีมอยู่ในกลุ่มเอช ร่วมกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และยัง บอยส์ ซึ่งผู้ตัดสินในเกมนั้นคือเฟลิกซ์ ไบรช์ ชาวเยอรมัน ที่ก็เคยผ่านประสบการณ์การเป่าเกมใหญ่อย่างศึกฟุตบอลโลกมาแล้วถึง 2 สมัย และเคยตัดสินนัดชิงชนะเลิศศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเมื่อ 2 ปีก่อนด้วย ที่เรอัล มาดริด เอาชนะยูเวนตุสไปได้ 4-1 ที่คาร์ดิฟฟ์ ประเทศเวลส์ แต่การให้ใบแดงแก่กองหน้าหมายเลข 7 ของยูเวนตุสในนัดนี้นั้นเกิดคำถามขึ้นมามากมาย ว่าสมควรให้ใบแดงเลยหรือไม่ เพราะหากมองจากภาพช้าแล้วไม่ได้มีความรุนแรงแต่อย่างใด ซึ่งการตัดสินในครั้งนั้นมันทำให้รูปเกมหลังจากนั้นมันเปลี่ยนไปทันที โดยโรนัลโด้โดนใบแดงไล่ออกจากสนามตั้งแต่นาทีที่ 29 ทำให้ต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนอีก 1 ชั่วโมงเต็มเลยทีเดียว

ก่อนหน้าที่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะโดนใบแดงไล่ออกจากสนามนั้น รูปเกมยังคงเป็นแบบสนุกสูสีกันทั้ง 2 ทีม แต่หลังจากที่อดีตดาวยิงของเรอัล มาดริด โดนไล่ออกจากสนาม ทำให้ยูเวนตุสต้องปรับมาเล่นแบบรัดกุมมากยิ่งขึ้น และสุดท้ายก็มาได้ลูกโทษในช่วงท้ายครึ่งเวลาแรก ทำให้พวกเขาออกนำไปก่อนจากมิราเล็ม ปานิช กองกลางทีมชาติบอสเนีย ซึ่งมาเหมา 2 ประตูในนัดนี้ เนื่องจากเริ่มครึ่งหลังมาไม่นาน ยูเวนตุสก็มาได้จุดโทษอีกครั้ง ซึ่งทั้ง 2 ครั้งที่ยูเวนตุสได้นั้น ไม่ได้เป็นจังหวะที่จะแจ้งจนถึงกับต้องเป็นจุดโทษเท่านั้นเลย แต่เหมือนกับผู้ตัดสินตัดสินใจให้เพราะอยากจะแก้ไขที่เป่าผิดพลาดในการให้ใบแดงแก่คริสเตียโน่ โรนัลโด้หรือเปล่า ซึ่งนี่ก็เป็นการตั้งข้อสงสัยของแฟนบอลที่มีต่อผู้ตัดสินชาวเยอรมัน ที่เหมือนเป็นการเป่าเพื่อแก้ตัวมากกว่า ซึ่งมันทำให้เกมที่สนุกๆ นั้นกลับกลายเป็ฯจืดชืดไปเลย ซึ่งการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินในสนามนั้น หากมีความคิดว่าจะแก้ตัวกับคำตัดสินในเกมนั้น มันจะกลายเป็นว่ายิ่งแก้มันก็ยิ่งแย่ ซึ่งเฟลิกซ์ ไบรช์ ชาวเยอรมัน เหมือนจะเป็นเช่นนั้นเลย ซึ่งต้องมารอดูว่าผลสุดท้ายแล้วคริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะโดนแบนทั้งหมดกี่นัด